วิถีชาวนาไทย

วิถีชาวนาไทย
วิถีชาวนาไทย
  “ข้าว” คือต้นธารแห่งอารยธรรมของผู้คนในแถบอุษาคเนย์ เป็นรากเหง้าของขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยึดโยงเราไว้กับชุมชนและความเป็นชาติ รวมทั้งยังเป็นวัฒนธรรมร่วมที่หลอมรวมประชาคมในภูมิภาคในประเทศไทยก็เช่นกันที่วิถีของข้าวเป็นตัวกำหนดวิถีของสังคม โดยวัฏจักรของข้าวจะสอดคล้องกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับวิถีชีวิต
ข้าว รากเหง้าแห่งวิถีวัฒนธรรม
  เมื่อย่างเข้าเดือนหก สายฝนเริ่มโปรยปรายส่งสัญญาณให้รู้ว่าฤดูกาลแห่งการปลูกข้าวได้เวียนมาถึงแล้ว ชาวนาจะนำพันธุ์ข้าวที่เก็บไว้ออกมาเตรียมการเพาะปลูก เตรียมคราดและคันไถ อีกทั้ง วัว ควาย และเครื่องมือที่ต้องใช้ในการทำนาการเตรียมการนี้ยังรวมไปถึงการทำพิธีกรรมอันเกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกข้าวด้วยเช่นกัน
  ในเมืองหลวงจะมีการจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเอาฤกษ์เบิกชัยตามโบราณราชประเพณีในขณะที่ชาวนาอีสานก็จัดงานบุญบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถนผู้บันดาลให้เกิดฟ้าฝน รวมทั้งจัดพิธีแฮกนาเพื่อบวงสรวงเทพยดาในการลงถือไถครั้งแรก ขณะที่ชาวนาภาคเหนือก็มีพิธีแฮกนาเช่นกัน และก็ยังมีการเลี้ยงผีขุนน้ำเพื่อเซ่นบูชาผีที่รักษาต้นน้ำ ที่จริงยังมีพิธีกรรมอีกมากมายและหลากหลายซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น
  ผู้คนในแต่ละภูมิภาคของไทยต่างก็มีความเชื่อที่เหมือนกันที่ว่า “ข้าว” เป็นธัญพืชศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีเทพธิดาอารักษ์ คือ “แม่โพสพ” จึงต้องจัดให้มีพิธีกรรมเพื่อคารวะแม่โพสพ ตั้งแต่ก่อนเริ่มเพาะปลูกข้าวไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยวขึ้นยุ้งฉางทุกขั้นตอนของการทำนาจะต้องมีการบอกกล่าวแม่โพสพ และเซ่นสรวงผีนา ด้วยความหวังที่จะได้เห็นผลผลิตอันอุดมสมบูรณ์
  ที่ภาคเหนือยามทุ่งข้าวเริ่มเป็นสีเขียว ชาวปกาเกอะญอก็จะประกอบพิธีบูชาแม่โคสกหรือแม่โพสพ โดยตั้งหอแม่โคสกและเครื่องบริวารขึ้นในที่นาของตน ส่วนชาวนาภาคกลางจะทำพิธีบูชาแม่โพสพในช่วงข้าวตั้งท้อง และเชื่อว่าข้าวท้องก็เหมือนกับผู้หญิงท้องที่ต้องการการดูแลเอาอกเอาใจเป็นพิเศษ จึงมีการจัดต้นธงทิวผูกติดกับชะลอมสำหรับใส่เครื่องเซ่นไหว้ เช่นมะยม มะเฟืองหรือของเปรี้ยวต่างๆ นุ่งห่มผ้าใหม่ ประดับดอกไม้เครื่องหอมให้สวยงาม เชื่อด้วยว่าหากแม่โพสพมีความพึงพอใจก็จะบันดาลให้ข้าวออกรวงเต็มเม็ดเต็มหน่วย และแคล้วคลาดจากภัยทั้งมวล
  ก่อนลงมือเก็บเกี่ยวชาวนาภาคใต้ก็จะทำพิธีบูชาแม่โพสพโดยมีไม้มงคล 4 อย่าง มัดเป็นพุ่มแล้วปักลงกลางนา เรียกว่า “พุ่มพฤกษา” สำหรับเป็นที่สถิตของแม่โพสพ ในขณะที่กล่าวคำอัญเชิญ หากมีแมลงเช่นตั๊กแตนหรือผีเสื้อบินมาเกาะที่พุ่มพฤกษา ก็เชื่อกันว่าแม่โพสพตอบรับการบูชานั้นแล้ว
  หลังเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยว ชาวนาก็ยังต้องทำอีกหลายพิธีที่เกี่ยวกับข้าวและแม่โพสพ เช่น พิธีเชิญขวัญแม่โพสพขึ้นสู่ยุ้งฉางของชาวนาภาคเหนือ การทำบุญคูณลานหรือประเพณีสู่ขวัญข้าวของชาวอีสาน เพื่อขอบคุณแม่โพสพและเฉลิมฉลองผลผลิตด้วยการทำบุญร่วมกันของหมู่บ้านและชุมชน
  พิธีกรรมความเชื่อเป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีความสำคัญต่อคนไทย นัยหนึ่งก็เพราะพิธีกรรมของข้าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำรงชีวิตของคนไทยที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก และมีนาข้าวเป็นแหล่งข้าวปลาอาหาร เป็นบ่อเกิดของกำลังกายอีกนัยหนึ่งพิธีกรรมก็ช่วยให้มีขวัญกำลังใจและเกิดความมั่นคงในจิตวิญญาณ
  ความเชื่อที่ว่าข้าวมีแม่โพสพ ดินมีแม่ธรณี น้ำมีแม่คงคายังทำให้คนไทยเกิดความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อธรรมชาติที่เกื้อหนุนให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ บรรพบุรุษไทยอาศัยความเชื่อนี้เป็นกุศโลบายในการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อเชื่อว่าสิ่งต่างๆ มีเทพเทวาอารักษ์ก็ทำให้เกิดความเคารพยำเกรง ไม่รุกล้ำกระทำการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธรรมชาติกลายเป็นกฎกติกาที่คนในทุกชุมชนถือปฏิบัติร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง ช่วยให้สังคมมีความสงบสุขขึ้นอีกทางหนึ่ง
ขวัญข้าว ขวัญชีวิต
  คนไทยมีความเชื่อว่าชีวิตที่สมบูรณ์ต้องประกอบขึ้นจากสองสิ่งของรูปธรรมและนามธรรม นั่นคือกายและใจ โดยใจนั้นคนไทยเรียกว่า “ขวัญ” และหากขวัญไม่อยู่กับตัวก็อาจทำให้เกิดเจ็บไข้ได้ป่วยหรือสติฟั่นเฟือนได้ จึงต้องทำพิธีสู่ขวัญเพื่อให้มีชีวิตที่ปกติสุข
  โบราณเชื่อว่า ข้าวเป็นขวัญของแม่โพสพ และแม่โพสพนั้นขวัญอ่อน จะทำการใดเกี่ยวกับข้าวต้องบอกกล่าวแก่แม่โพสพและต้องปฏิบัติด้วยความสุภาพนอบน้อม เพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจทำให้แม่โพสพไม่พอใจและหนีหายไปส่งผลให้เกิดความแห้งแล้ง โรคแมลงเข้าทำลายจนพืชผลเสียหาย ทำนาไม่ได้ผล ในที่สุดก็เกิดความอดอยากยากเข็ญขึ้นได้ ในทางตรงกันข้ามหากไหว้ดีพลีถูกแม่โพสพก็จะบันดาลความอุดมสมบูรณ์ให้เกิดมีแก่ผืนดิน สร้างความอยู่ดีมีสุขแก่ผู้ปลูกข้าว ชาวนาจึงดูแลข้าวให้ดีเพื่อชีวิตที่มีสุข
  กล่าวได้ว่า แม้ในวิถีชีวิตอันเร่งรีบของศตวรรษที่ 21 นี้ข้าวก็ยังคงความสำคัญในชีวิตของคนไทยทุกคน ทั้งในเรื่องของคติ ความเชื่อ และวิถีทางวัฒนธรรม สำหรับคนไทยแล้ว “ข้าว” มีคุณประโยชน์ยิ่งใหญ่ และมีคุณค่ามากยิ่งกว่าความเป็น ธัญพืช หรืออาหารหลักเพื่อการบริโภค คนไทยจึงปฏิบัติต่อข้าวด้วยความดีงาม ความสะอาด ตั้งแต่ยามเพาะปลูกเก็บเกี่ยว หรือแม้ยามที่นำมาหุงหา หรือบริโภค และพร้อมที่จะส่งต่อ “คุณประโยชน์” และ ”คุณค่า” นี้ให้แก่ผู้อื่นด้วยความยินดี ดังเช่นการหยิบยื่นมิตรภาพผ่านข้าวสักมื้อที่โดยเชิญชวนญาติมิตรว่า “ไปกินข้าวกัน”